ข้อเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ แอล-แอสคอร์บิค ในท้องตลาด

  แบรนด์ 
 
 
C’smax
 
 
SkinXXXX
 
 
Nexxx
 
สิทธิบัตร
2003
 
1994
 
ไม่มี
 
%
 
25
 
10%/15%/20%
 
20%
 
ตัวทำละลาย  
เซรั่ม ซี บริสุทธิ์ ที่มีตัวทำละลายชนิดรวมน้ำกับน้ำมันเป็นเนื้อเดียว
 
 
 ซี ที่มีตัวทำละลายชนิดน้ำ
 
ไลโปโซม
 ลักษณะเฉพาะ 
ความเสถียรสูง ตัวทำละลายที่ได้รับสิทธิบัตรเฉพาะของการแทรกซึมสู่ผิวหรือการเก็บกักวิตามินซีไว้ใต้ผิวนานๆ
มีการเพิ่มสาร resversatolและสาร สังกะสีเพื่อกระตุ้นการดูดซึมของวิตามินซี
 
ใช้ liposomeห่อหุ้มวิตามินซีไว้เพื่อรักษาความเสถียร ของวิตามินซี
 
 
  ข้อเสีย            
 
ไม่มี
 
เก็บรักษายาก เปิดขวดแล้วต้องแช่เย็น ใช้ไปสักพักเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น และมีน้ำเป็นตัวทำละลาย จึงมีการใช้สารกันเสียและสารเพื่อให้เกิดความเสถียร จึงเกิดความระคายเคืองต่อผิว
ได้ง่าย
 
โมเลกุลมีขนาดใหญ่ การดูดซึมช้า ไม่เห็นผลชัดเจน ต้องอาศัยเครื่องมือเพื่อเขย่าทำให้แอล-แอสคอร์บิค แอซิด ถูกปล่อยออกมาจากliposome
 
 

การดูดซึมของแอล-แอสคอร์บิค แอซิด ทั่วไป ที่มีน้ำเป็นตัวทำลาย

The absorb route of amphiphilic L-ascorbic Acid

The absorb route of amphiphilic L-ascorbic Acid

• ไม่สามารถแทรกซึมผ่านชั้นไขผิว
 

• แทรกซึมผ่านรูขุมขน
 

ใช้ L-Ascorbic Acid ของ C’smax แล้ว ยังต้องใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดอีกหรือไม่?

          คุณสมบัติของ L-Ascorbic Acid กับผลิตภัณฑ์กันแดดนั้นแตกต่างกัน เพราะไม่มีคุณสมบัติ……………….. จากแสงยูวีเหมือนผลิตภัณฑ์กันแดด แต่มีคุณประโยชน์ในเรื่องฟื้นฟูเซลล์ผิวที่ถูกทำลายจากแสงยูวี ดังนั้น ควรจะใช้ควบคู่กันจึงจะปกป้องผิวได้อย่างสมบูรณ์

ทำไมเวลาทา C’smax เซรั่ม L-Ascorbic Acid รู้สึกอุ่น ๆ และแสบนิด ๆ นั้น เป็นเพราะอะไร

                สาเหตุเป็นเพราะ L-Ascorbic Acid มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ เมื่อใช้ติดต่อกันจนผิวหนังชินแล้ว ความรู้สึกดังกล่าวก็จะลดน้อยลงแต่ถ้าหยุดใช้ไปสักระยะหนึ่ง กลับมาใช้ใหม่ก็จะเป็นเหมือนเดิมสาเหตุเป็นเพราะสมรรถภาพของประสาทได้ลืมความเคยชินไปนั่นเอง

                การรู้สึกแสบนิด ๆ เป็นปฎิกิริยาปกติของเซลล์ผิวหนังที่ดูดซึมเอาโมเลกุลเล็ก ๆ เข้าไป หรือเป็นเพราะผิวหนังได้เกิดแผลเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็นแต่ L-Ascorbic Acid มีประสิทธิภาพเรื่องช่วยให้แผลสมาน ถ้าเป็นผู้ที่ใช้ครั้งแรก ผู้ขายจะต้องบอกให้เขาทราบอาการที่กล่าวมาเสียก่อน

“ATDS” คืออะไร

                ภาษาอังกฤษ “ATDS”  A   คือ AMPHIPHILIC (สารที่สามารถละลายในน้ำและน้ำมัน)  T  คือTRANSEPIDERMAL (สามารถแทรกซึมผ่านผิวชันบน)  D  คือDELIRERY (นำส่ง)  S  คือSYSTEM (ระบบ) หรืออธิบายอย่างง่าย ๆ ก็คือ นำเอาสิ่งที่มีประโยชน์ที่สามารถละลายในน้ำและน้ำมันแทรกซึมผ่านผิวหนังที่มีโครงสร้างที่เป็นทั้งชั้นน้ำมันและน้ำ ไม่ใช่เป็นประโยชน์นั่นเอง

                เพราะว่าผิวที่ห่อหุ้มรักษาร่างกายเรานั้น ประกอบด้วยชั้นน้ำมัน “สลับกับ” “ชั้นน้ำ” (หนังกำพร้าคือชั้นน้ำมัน สารเหลวระหว่างเซลล์คือชั้นน้ำ เยื่อหุ้มเม็ดเซลล์คือชั้นน้ำมัน ตัวม็ดเซลล์คือชั้นน้ำมัน)ผลิตภัณฑ์บำรุงที่เป็นธาตุน้ำนั้นจะถูกสกัดกั้นด้วยชั้นหนังกำพร้า โอกาสที่จะเข้าสู่ชั้นหนังแท้ได้จึงอาศัยแค่รูขุมขนหรือต่อมเหงื่อเท่านั้นส่วนผลิตภัณฑ์ที่เป็นธาตุน้ำนั้น แม้ว่าจะแทรกซึมผ่านชั้นหนังกำพร้าได้ แต่จะซึมกระจายในชั้นหนังแท้ได้ยากมาก

                แต่ผลิตภัณฑ์ C’smax ที่มีคุณลักษณะละลายได้ทั้งในน้ำและน้ำมันเมื่อเจอกับชั้นน้ำมันหรือชั้นน้ำก็สามารถละลายซึมกระจายได้ไม่เป็นอุปสรรค ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ C’smax ไม่เพียงจะเข้าทางรูขุมขนและต่อมเหงื่อได้ ยังสามารถนำพาเอาสิ่งบำรุงบนชั้นหนังกำพร้านั้นเข้าสู่ชั้นหนังแท้ได้ด้วย ไม่เพียงแต่คุณสมบัติการแทรกซึมเป็นเลิศ ความเข้มข้นและคุณประโยชน์เหนือกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วไป เพราะผลิตภัณฑ์ C’smax แม้จะละลายได้ทั้งในน้ำและน้ำมัน แต่ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นธาตุน้ำเพราะฉะนั้นสารที่เป็นประโยชน์ในนั้นก็จะมีความเสถียรดียิ่งขึ้น เหตุผลคือเมื่อไม่มีน้ำเจือปนแล้ว ก็จะปราศจากแอลกอฮอลและสารกันเสียมาเป็นตัวคงความเสถียรไว้ โอกาสที่จะเกิดการระคายเคืองจึงน้อยมาก

จะต้องใช้แอล-แอสคอร์บิคของ C’smax นานแค่ไหนจึงจะเห็นผล

              อาหารการกิน.การพักผ่อน.อายุ.การผลัดเปลี่ยนเซลล์และสิ่งแวดล้อมของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ดังนั้น เวลาสำแดงผลของแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกัน แต่จากการรายงานด้านการแพทย์และประสบการณ์ของผู้ขายยืนยันได้ว่า : 

               –  ผลแอนตี้ออกซิแดนต์จะเกิดขึ้นทันที เมื่อทา L-Ascorbic Acid ในขณะเดียวกันก็จะเริ่มปกป้องผิวจากการโจมตีของอนุมูลอิสระ

               –  ผิวจะถูกปรับสภาพให้ดีข้น เพียงใช้ผลิตภัณฑ์ในวันที่สองก็รู้สึกได้ และในวันที่สามถึงสี่ความกระจางใสของผิวหนังก็จะปรากฏให้เห็นได้

               –  เกี่ยวกับปัญหาสี่คล้ำของกระ จากการรายงานด้านการแพทย์ว่าภายใน 3 เดือน สีคล้ำจะลดน้อยและจางลงโดยเฉลี่ยถึง 72.22%  ถ้าใช้แอล-แอสคอร์บิคร่วมกับเครื่องเสริมสวยอัลตราโซนิกก็สามารถช่วยให้กล้ามเนื้อและผิวกระชับ ดูเปล่งปลั่ง

ทำไมเวลาทา C’smax เซรั่ม L-Ascorbic Acid รู้สึกอุ่น ๆ และแสบนิด ๆ นั้น เป็นเพราะอะไร

           สาเหตุเป็นเพราะ L-Ascorbic Acid มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ เมื่อใช้ติดต่อกันจนผิวหนังชินแล้ว ความรู้สึกดังกล่าวก็จะลดน้อยลงแต่ถ้าหยุดใช้ไปสักระยะหนึ่ง กลับมาใช้ใหม่ก็จะเป็นเหมือนเดิมสาเหตุเป็นเพราะสมรรถภาพของประสาทได้ลืมความเคยชินไปนั่นเอง

           การรู้สึกแสบนิด ๆ เป็นปฎิกิริยาปกติของเซลล์ผิวหนังที่ดูดซึมเอาโมเลกุลเล็ก ๆ เข้าไป หรือเป็นเพราะผิวหนังได้เกิดแผลเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็นแต่ L-Ascorbic Acid มีประสิทธิภาพเรื่องช่วยให้แผลสมาน ถ้าเป็นผู้ที่ใช้ครั้งแรก ผู้ขายจะต้องบอกให้เขาทราบอาการที่กล่าวมาเสียก่อน

เป็นสีเหลือง ถ้าใช้ทาที่ใบหน้าแล้วหน้าจะเหลืองหรือไม่

                 การที่ฝ่ามือได้เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ก็เพราะผิวหนังส่วนนี้แตกต่างกับผิวหนังส่วนอื่น ๆ เพราะฟิวที่ฝ่ามือได้เพิ่มชั้นใส ๆ ขึ้นอีกชั้นหนึ่งเมื่อป้องกันการดูดซึมสิ่งต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย เมื่อ L-Ascorbic Acid ไม่สามารถแทรกซึมและตกค้างอยู่บนผิวหนังส่วนนั้นได้สัมผัสกับอากาศและเหงื่อ เกิดปฎิกิริยาออกซิเดชั่นจึงได้เปลี่ยนเป็นสีเหลือง

                ส่วนที่บริเวณใบหน้านั้นไม่มีผิวหนังชั้นใส ๆ เช่นที่ฝ่ามือ หลังจากทา L-Ascorbic Acid แล้ว ประมาณ 2 นาทีก็จะซึมเข้าสู่ใต้ผิวหนังทั้งหมด (แต่สำหรับผิวหนังบางประเภทหรืออากาศเปลี่ยนแปลงนั้นต้องใช้เวลา 5-10นาที จึงสามารถซึมเข้าสู่ชั้นหนังแท้ได้) ดังนั้นจึงไม่ทำให้ผิวที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเหลืองใด้

                การแก้ปัญหาฝ่ามือกลายเป็นสีเหลืองนั้น ควรจะล้างมือทุกครั้งหลังใช้ L-Ascorbic Acid